Toggle navigation
หน้าหลัก
ค้นหางานวิจัย
งานวิจัยตามหน่วยงาน
หน่วยงาน
คณะครุศาสตร์
คณะนิติศาสตร์
คณะนิเทศศาสตร์
คณะพยาบาลศาสตร์
คณะมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์
คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
คณะวิทยาการจัดการ
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คณะอัญมณีศาสตร์และประยุกต์ศิลป์
คณะเทคโนโลยีการเกษตร
คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
สถาบันวิจัยและพัฒนา
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
สำนักศิลปวัฒนธรรม
งานวิจัยตามปี พ.ศ.
แบ่งตามปี พ.ศ.
พ.ศ. 2567
พ.ศ. 2566
พ.ศ. 2565
พ.ศ. 2564
พ.ศ. 2563
พ.ศ. 2562
พ.ศ. 2561
พ.ศ. 2560
พ.ศ. 2559
พ.ศ. 2558
พ.ศ. 2557
พ.ศ. 2556
พ.ศ. 2555
พ.ศ. 2554
พ.ศ. 2553
พ.ศ. 2552
พ.ศ. 2551
พ.ศ. 2550
พ.ศ. 2549
พ.ศ. 2548
พ.ศ. 2547
พ.ศ. 2546
พ.ศ. 2545
สถิติงานวิจัย
ประเภทของสถิติ
สถิติงบประมาณสนับสนุนการวิจัยจากแหล่งทุนต่าง ๆ
สถิติงบประมาณสนับสนุนการวิจัยจากแหล่งทุนภายในและภายนอก
สถิติงบประมาณสนับสนุนการวิจัยแบ่งตามหน่วยงาน
สถิติจำนวนโครงการวิจัยแบ่งตามหน่วยงาน
คณะทำงาน
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
เข้าสู่ระบบ
หน้าหลัก
คณะครุศาสตร์
รายระเอียดการวิจัย
เมนูหลัก
หน้าหลัก
สาขางานวิจัยทั้งหมด
ประวัตินักวิจัย
ค้นหางานวิจัย
งานวิจัยตามคณะ
139
คณะครุศาสตร์
27
คณะนิติศาสตร์
36
คณะนิเทศศาสตร์
2
คณะพยาบาลศาสตร์
89
คณะมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์
30
คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
67
คณะวิทยาการจัดการ
130
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
16
คณะอัญมณีศาสตร์และประยุกต์ศิลป์
107
คณะเทคโนโลยีการเกษตร
159
คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
27
สถาบันวิจัยและพัฒนา
1
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
3
สำนักศิลปวัฒนธรรม
รายการข้อมูลงานวิจัย
รายการข้อมูลงานวิจัย
ชื่องานวิจัย (ภาษาไทย)
การพัฒนาโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อการปรับตัว ในมหาวิทยาลัยของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี
ชื่องานวิจัย (ภาษาอังกฤษ)
Development of a Causal Relationship Model of Factors Influencing to College Adjustment of Undergraduate Students, Rambhaibarni Rajabhat University
ชื่อผู้แต่ง
เจนวิทย์ วารีบ่อ, ธีรพงษ์ จันเปรียง และ อติราช เกิดทอง
สาขางานวิจัย
หน่วยงาน
คณะครุศาสตร์
ประเภทงานวิจัย
งานวิจัย
ปีงบประมาณ
2564
ชื่อทุน
หน่วยงานเจ้าของทุน
บทคัดย่อ (ภาษาไทย)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ตรวจสอบความตรงของโมเดลการวัดการปรับตัวในมหาวิทยาลัย และ (2) พัฒนาโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อการปรับตัวในมหาวิทยาลัย กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จำนวน 221 คน ได้มาจากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบวัดการปรับตัวในมหาวิทยาลัย แบบวัดการเห็นคุณค่าในตนเอง แบบวัดการรับรู้ความสามารถด้านวิชาการของตน แบบวัดความผูกพันที่มั่นคงกับครอบครัว แบบวัดเจตคติต่อการสอนและการเรียนรู้ และแบบวัดการแยกตัวเป็นอิสระ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน และการวิเคราะห์สมการโครงสร้าง ผลการวิจัยพบว่า (1) โมเดลการวัดการปรับตัวในมหาวิทยาลัยมีคุณภาพด้านความตรง ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก 12 องค์ประกอบย่อย เพราะผ่านการประเมินคุณภาพด้านความเป็นเอกมิติ ความสอดคล้องกลมกลืน และความตรงเชิงโครงสร้าง โดยน้ำหนักองค์ประกอบมีค่าอยู่ระหว่าง 0.193-0.877 ความแปรปรวนที่สกัดได้มีค่าเท่ากับ 0.397 ความเที่ยงเชิงโครงสร้างมีค่าเท่ากับ 0.666 และความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบอยู่ในระดับที่เหมาะสม และ (2) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่นำมาศึกษากับการปรับตัวในมหาวิทยาลัย มีค่าอยู่ในช่วง 0.404-0.769 ซึ่งทุกค่ามีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ พบว่า ทุกปัจจัยส่งอิทธิพลโดยรวมต่อการปรับตัวในมหาวิทยาลัย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งส่วนใหญ่มีอิทธิพลในทิศทางบวก ยกเว้นการแยกตัวเป็นอิสระที่มีอิทธิพลในทิศทางลบ โดยปัจจัยที่ส่งอิทธิพลมากที่สุด คือ เจตคติต่อการสอนและการเรียนรู้ รองลงมา คือ การเห็นคุณค่าในตนเอง ซึ่งมีขนาดอิทธิพล เท่ากับ 0.625 และ 0.413 ตามลำดับ ซึ่งทั้ง 5 ปัจจัยสามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนการปรับตัวในมหาวิทยาลัย (CA) ได้ร้อยละ 71.30
บทคัดย่อ (ภาษาอังกฤษ)
This research was conducted to: (1) examine the validity of the college adjustment measurement model and (2) development of a causal relationship model of factors influencing to college adjustment. The samples used in the research were 221 graduate students of Rambhai Barni Rajabhat University, gaining from Multi-stage Sampling technique The research instruments consisted of questionnaires on the college adjustment, self-esteem, academic self-efficacy, parental attachment, attitude towards teaching/learning and separation-individuation. The statistics used to analyze the data were exploratory factor analysis, confirmatory factor analysis and structural equation model. The results found that: (1) the college adjustment measurement model has quality of validity consisting 4 core components, 16 sub-scale because it has been assessed for the quality of the unidimensional, goodness of fit and construct validity. The factors loading values between 0.193-0.877, average variance extracted value was 0.397, construct reliability value was 0.666 and the relationship between the components was at an appropriate level, (2) the covariance between the factors studied and the college adjustment values ranged from 0.404-0.769, all of which were statistical significance at a .01 level. When considering the causal relationship, it was found that all factors had an overall influential on the college adjustment with statistical significance at a .01 level, most of which had a positive influence, except for the independent secession that has a negative influence. The most influence factors are attitude towards teaching/learning, next was self-esteem with the size of influence of 0.625 and 0.413 respectively, and all these five factors together explained variance of college adjustment of the undergraduate students at 71.30%.
คำสำคัญ
การปรับตัวในมหาวิทยาลัย, โมเดลสมการโครงสร้าง, โมเดลการวัด
Keywords
college adjustment, structural equation model, measurement model
เพิ่มข้อมูลโดย
ณัฐฐานี ดีซื่อ
แก้ไขล่าสุด
2023-03-08 14:32:19
ไฟล์เอกสารดาวน์โหลด
ไฟล์เอกสารดาวน์โหลด
หน้าปก
บทคัดย่อ
กิตติกรรมประกาศ
สารบัญ
บทที่ 1
บทที่ 2
บทที่ 3
บทที่ 4
บทที่ 5
บรรณานุกรม
ภาคผนวก
ผู้วิจัย